Movies

ต้มยำกุ้ง2 [2556] แกทำฉันแสบเหลือเกิน กับแค่ช้างตัวเดียว

82131121_n-600x222

คุณเคยรู้สึกอึดอัดใจ พูดไม่ออก อธิบายไม่ถูก ไม่รู้จะเริ่มยังไงไหมครับ, ใช่ครับ นี่เป็นความรู้สึกที่ผมมีต่อการชมหนึ่งในหนังไทยแห่งปีเรื่องนี้ และแน่นอนว่า ผมไม่ขอไปไกลกว่าย่อหน้าแรก แต่ขอแสดงออกตรง ๆ และอยากบอกกล่าวอย่างไร้อคติ อย่างไม่อ้อมค้อมครับว่า ต้มยำกุ้งภาค2 แย่มาก

โอเค หลายคนอาจจะบอกว่ามันดีกว่าภาคแรก ซึ่งส่วนนี้ผมต้องขอยอมรับเช่นกัน แต่มันยังไม่ดีพอสำหรับวงการภาพยนตร์ในยุคสมัยปัจจุบันนี้ ซึ่งต้มยำกุ้ง หรือหนังที่จา พนม แสดงมักทำให้ผมนึกไปถึงวงการหนังบู๊แอคชั่นแบบฉบับหนังฮ่องกงในยุคเฟื่องฟูมาก ๆ ทั้งการแสดงของเฉินหลง หงจินเป่า โจวเหวินฟะ เจ็ทลี ฯลฯ ซึ่งหากเทียบแบบหมัดต่อหมัดแล้ว หนังไทยเรื่องนี้ยังล้าหลังและเชยกว่าหนังฮ่องกงเหล่านั้นที่เฟื่องฟูเมื่อ 10ปีก่อนเสียอีก

จากการประสบความสำเร็จอย่างน่ายกย่อง จากหนังเรื่อง องค์บาก(ภาคแรก) ผมรู้สึกกระชุ่มกระชวยและมีความหวังเล็ก ๆ กับวงการหนังไทยเหมือนที่ผมเคยมีความหวังว่าบอลไทยจะไปบอลโลกอย่างไรอย่างนั้น

แต่เมื่อวันผ่านเวลาเปลี่ยน องค์บากภาคต่อที่ออกมา กลับทำให้ใจผมต้องเจ็บช้ำ ซ้ำร้ายยังมีชอคโกแลต ต้มยำกุ้ง และสารพัดหนังแอคชันจากบรรดาทีมงานแอคชั่นระดับประเทศออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่มันไม่ได้แสดงออกถึงความพัฒนาเลย และกลับจมอยู่กับความสำเร็จเดิม ๆ ออกคิวบู๊เดิม ๆ ท่าทางลีลา และมุมกล้องช้ำ ๆ ระดับสมัครเล่น และเนื้อเรื่องที่ไร้ซึ่งเหตุผล ที่ไม่สร้างอารมณ์ร่วมให้เราชวนติดตามกับหนัง และพลอยทำให้เราเสียความรู้สึกไปในที่สุด

Review

เป็นที่รู้กันจาก Trailer มาแล้วบางส่วนว่า โครงเรื่องหลักของหนังเรื่องนี้ ไม่วายที่จะวิ่งไล่ล่าให้เหน็ดเหนื่อยเพื่อตามหาช้าง แต่ผมไม่ได้อคติกับส่วนนี้เพราะทีมงานต่างยืนยันว่าการผูกเรื่องเข้ากับช้าง เป็นส่วนหนึ่งที่ยังมีพลังที่สุดที่ทำให้ตัวละครอย่างขาม (จา พนม) สามารถออกแรงและฝ่าฟันอุปสรรคเพื่อพิทักษ์ปกป้องช้างของเขา(เจ้าขอน) ให้ได้

เปิดเรื่องขึ้นมา เหมือนว่าทุกอย่างกำลังจะเป็นไปได้ด้วยดี แต่แล้วอารมณ์กลับสะดุดเฮือกใหญ่กับฉาก CG แรกของหนัง ที่ขอบอกว่าโคตรไม่เนียน แต่เอาล่ะ มันอาจจะเป็นความผิดพลาดสักเล็กน้อยที่อาจจะพอให้อภัยได้ ก็ตั้งตาดูกันต่อไป

เนื้อเรื่องเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความหมายกลับเข้ามาอีกครั้ง แต่อารมณ์ก็กลับมาสะดุดอีกครั้งเมื่อการตัดต่อที่ฉึบฉับ ตัวโฉะให้เรารู้สึกได้เลยว่าหนังไม่มีความสมูทอะไรเลย ฉากต่อฉากที่เปลี่ยนทั้งอารมณ์ โทนภาพ และความหมายของการเดินเรื่อง กลับเริ่มทำให้ผมเริ่มส่ายหัว

safe_image

จากความวิกฤตที่หนังเริ่มแบไพ่ออกมาทีละใบ ทำให้เราสามารถสัมผัสได้ถึงความแย่เยินของหนังได้ตั้งแต่เพียงแค่ครึ่งชั่วโมงแรก อาการแย่เริ่มออกอาการเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนคนป่วยเป็นไข้ที่ตัวร้อนขึ้นเมื่อมาถึงฉากมอเตอร์ไซค์

แม่เจ้า! คุณทำอะไรกันครับ เอาเด็กแว้นมาซิ่งครองเมืองกันเพื่อ? มอเตอร์ไซค์ถือเป็นอาวุธที่คาดหวังผลลัพธ์อะไรไม่ได้เลย ไม่มีพลังทำลายล้าง ซ้ำร้ายเสียงท่อยังส่งเสียง แง้ว ๆ ป่วนโสตประสาทให้เกิดความน่ารำคาญแบบสุด ๆ

การควบคุมมอเตอร์ไซค์ที่ทำได้ลำบาก และการไม่สามารถหวังผลในการทำร้ายจา พนมได้เลย ทำให้เราสงสัยในใจตลอดที่มีเสียงท่อคำรามว่า ทำไปเพื่อ? และที่แย่ยิ่งกว่าคือ CG ที่โคตรไม่เนียนของโปรดักชั่นที่ยืนกรานว่าเป็นระดับฮอลลีวู๊ด

บอกตรง ๆ ว่า CG ระดับนี้ ผมไม่เคยเห็นในหนังฮอลลีวู๊ดเลยจริง ๆ เพราะมันห่วยและแสดงออกถึงความเป็นมือสมัครเล่นเอาซะมาก ๆ และทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับฉากมอเตอร์ไซค์เริ่มทำให้เราไม่เชื่อถือในความสามารถการแสดงของจา พนม เอาซะเลย ความขลังของคำว่า ไม่มีสลิง ไม่สตันท์ มันเริ่มเสื่อมคลายไปเรื่อย ๆ จนความสนุกแทบจะมอดดับลงเมื่อสิ้นสุดฉากนี้

Rating_TYG2_

เอาล่ะ หนังยังไม่จบ!! ผมได้แต่ภาวนาให้ได้เห็นอะไรที่ตื่นตาตื่นใจ สมจริงบ้างสักเล็กน้อยก็ยังดี

ส่วนหนึ่งที่น่าสนใจคือ ความหลากหลายของฉาก และการลงทุนเลือกโลเคชั่น และการสร้างฉากถือว่าทุ่มทุนและสร้างความหลากหลายให้กับอารมณ์ความรู้สึกได้บ้าง ไม่มากก็น้อย แต่ความแย่กลับไปอยู่ที่ การใช้แต่ละฉากไม่คุ้มค่า เหมือนสร้างมาใช้เหมือนกระดาษทิชชู่ ใช้แล้วทิ้ง ๆ  ๆ และไม่ได้สร้างความหมายอะไรในแต่ละฉาก

ฉากแอคชัน คิวบู๊ก็เริ่มรู้สึกเดิม ๆ จา พนม ก็เริ่มชรา ออกลีลาท่าทางเดิม ๆ ซ้ำ จีจ้า ก็ออกลีลาไม่ต่างกัน จนกระทั่ง ญาญ่าญิ๋งผู้ซึ่งไม่น่าจะมีพื้นฐานเรื่องคิวบู๊โหด ๆ มาก่อน ยังทำท่าเหมือนจา พนม หรือจีจ้าได้! หมดกัน ความน่าเชื่อถือในลีลาการต่อสู้ของจา พนมที่ติดตา ตรึงใจผมเสมอมา

ตัวประกอบแต่ละตัวที่โผล่เข้าฉาก ก็ดูไม่น่าเชื่อถือ ดูไม่แกร่งบทไม่ขับให้เด่นเอาซะเลย ทั้งตำรวจสากล ทั้งตัวร้าย ทั้งรัฐบาลอะไรสักอย่าง มันเริ่มออกอาการยำมั่วจนรสชาติออกมาสะเปะสะปะมาก ไม่อร่อยเอาซะเลย เหมือนต้มยำกุ้งที่ปรุงด้วยน้ำล้างจาน ชิมไปสองสามคำแล้วแทบจะเททิ้ง

2daa114497c5cc9531b43466deb92b45_1380700270.jpg;r ;static p_s1sf_mv_0;file 361837

ยัง! หนังยังไม่จบ (อีกเหรอ) ความน่าเบื่อเริ่มคุกคาม และความผิดหวังซ้ำ ๆ ที่กระแทกใจอย่างต่อเนื่องในหลาย ๆ ฉากทำให้ผมหมดศรัทธากับหนังเรื่องนี้ไปแล้ว อย่างเป็นทางการ

หากคุณผิดหวังกับฉากมอเตอร์ไซค์ข้างต้น คุณอย่าเพิ่งคิดว่ามันแย่ที่สุดนะครับ เพราะฉากห้องไฟ มันห่วยยิ่งกว่า / ฉากอู่ต่อเรือก็จืดสนิท ไม่สร้างอารมณ์ร่วมให้รู้สึกคึกคักกับการต่อสู้เลย / แต่สุดท้ายฉากรถไฟฟ้าใต้ดิน กลับทำออกมาได้ค่อนข้างดี ทุกอย่างเริ่มดูดี มีอะไรให้น่าสนใจมากขึ้น แต่แล้วเมื่อรถไฟฟ้าวิ่งมา (เพื่ออะไร) มันกลับทำให้ความงามของฉากนี้หมดไปอย่างที่เรียกได้เต็มปากว่า เสียของอย่างแรง

สุดท้าย วิจารณ์ไปก็แทบจะหาข้อดีไม่ได้ จึงน่าจะขอจบแบบตัดจบอย่างนี้ดีกว่า ขออภัยทีมผู้สร้างหนังที่สับแหลก สวดยับแบบไม่เกรงใจนะครับ แต่ผมอยากให้หนังไทยไปได้ไกลกว่านี้จริง ๆ เน้นคุณภาพของเนื้อหาให้มากกว่านี้ และลดคิวบู๊ให้น้อยลงก็ได้ ออกน้อย ๆ แต่ได้คุณภาพ รู้สึกได้ถึงความเก๋ามันน่าจะขลังและทรงพลังมากกว่า

หากใครที่คิดจะไปอุดหนุน ผมขอออกตัวว่า “แล้วแต่” แต่ผมเชื่ออย่างยิ่งว่ามันจะทำให้คุณผิดหวังแน่นอนกับแกงจืดกุ้งสับเรื่องนี้ (ดูแผ่นยังรู้สึกว่าเสียเวลา ถ้าดูโรงฯ ยิ่งเสียเงิน เสียเวลา เสียความรู้สึก 3 เด้งเลยนะ)

“TYG2 วิวัฒนาการหนังไทยที่ล้าสมัย หนังเชย บทแย่ แอคชั่นซ้ำ จังหวะเดินเรื่องจืด ซีจีหลอก หนังเน้นเทคนิคต่อสู้มากกว่าคุณภาพ” via @MZWN

 

Tweet about this on Twitter23Share on Facebook221Share on Google+4

mzwn

ตาดู หูฟัง สมองคิด จิตใจเบิกบาน

More Posts

Follow Me:
Twitter



Leave a Reply